[x] ปิดหน้าต่างนี้
 




 

  
ผ่าตัดริดสีดวง
โดย : ด   เมื่อวันที่ : พุธ ที่ 16 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2562   


ผ่าริดสีดวงทวารแบบใหม่เจ็บน้อย ปลอดภัย ฟื้นตัวไว และไม่เสี่ยง
พอกันทีกับประโยคยอดฮิต "...ก็ลมมันเย็น" ด้วยการผ่าตัดรักษาริดสีดวงทวารหนักแบบใหม่
โรคริดสีดวงทวาร ที่บางคนก็ชอบเรียกกันว่า “ริซซี่” ให้ดูเก๋ไก๋ อ่อนโยนนิดๆ เพื่อหวังจะกลบความน่ากลัวและคลายความกังวลให้ผู้เป็นโรคนี้ลงได้บ้าง โรคนี้พบบ่อยในคนทั่วโลกและพบได้ทุกเพศ ทุกวัยทุกฐานะ มักพบในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ไม่ค่อยพบในวัยรุ่น
ปัจจุบันมีรายงานว่า ทั่วโลกมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้โรคนี้จะไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต แต่ก็ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที
ว่ากันว่า ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่มีสาเหตุสำคัญจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกต้อง” เช่นเดียวกับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือพูดง่ายๆ ว่า ใครก็สร้างโรคริดสีดวงทวารขึ้นมาได้ มาดูกันว่า โรคนี้คืออะไร มีสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ มีอาการอย่างไร ปัจจัยเสี่ยงของโรค หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมีอะไรบ้าง มีแนวทางการรักษารวมทั้งการป้องกันอย่างไร เพื่อที่ว่า “ริซซี่” จะได้ไม่มาเยือน
ริดสีดวงทวารคืออะไร
เกิดจากการโป่งพองของหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณเยื่อบุช่องทวารหนักรวมถึงมีการหย่อนยานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันกับเยื่อบุช่องทวารหนักด้วย ส่งผลให้เกิดก้อนเนื้อที่ปากทวารหนักยื่นโป่งพองและยื่นออกมา ทั้งนี้เนื้อเยื่อริดสีดวงทวารประกอบด้วยหลอดเลือดดำและเนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นสูง
ริดสีดวงทวารมีกี่ชนิด
ชนิดภายใน
เกิดขึ้นเหนือรูเปิดทวารหนัก 1.5-2 เซนติเมตร หลอดเลือดที่โป่งพองออกนี้จะปกคลุมด้วยเยื่อบุลำไส้ใหญ่ตอนปลายสุดจึงทำให้ไม่สามารถมองเห็น หรือคลำได้ ผู้ป่วยจึงไม่มีอาการเจ็บปวดแต่จะมีเลือดออกเป็นหลัก สามารถแบ่งโรคได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้
•  ระยะที่ 1 อาจมีเลือดออกเวลาเบ่งอุจจาระ หรือท้องผูก หัวริดสีดวงทวารยังไม่พ้นยื่นออกมา
•  ระยะที่ 2 หัวริดสีดวงทวารยื่นพ้นออกจากปากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ แต่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง อาจมีเลือดออกร่วมด้วย
•  ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงทวารยื่นพ้นออกจากปากทวารหนักขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ ไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เองต้องใช้นิ้วดันกลับเข้าไป
•  ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงทวารยื่นพ้นออกจากปากทวารหนักตลอดเวลา มีอาการอักเสบ บวมมาก ทำให้ผู้ป่วยนั่งไม่ได้
ชนิดภายนอก
เกิดขึ้นบริเวณปากรอยย่นของทวารหนักสามารถมองเห็นและคลำได้ หลอดเลือดที่โป่งพองออกจะถูกปกคลุมด้วยผิวหนัง ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บและเลือดออก
อาการของริดสีดวงทวาร
•  ถ่ายอุจจาระแล้วมีเลือดสดๆ ไหลออกมาด้วย
•  คลำพบก้อนที่ปากทวารหนัก
•  โดยทั่วไปจะไม่มีอาการปวด ยกเว้นมีลิ่มเลือดเฉียบพลัน หรือมีการขาดเลือดของริดสีดวงทวาร หรือมีโรคอื่นแทรก
โรคนี้หากเกิดขึ้นกับใครนอกจากสร้างความเจ็บป่วยทางกาย กระทบการใช้ชีวิตแล้ว ยังสร้างความอับอายแก่ผู้ป่วยได้มาก ไม่อยากไปพบแพทย์ เพราะกลัวกระบวนการตรวจและรักษาที่จะตามมานั่นเอง นายแพทย์ธีรสันต์ ดันติเตมิท ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนักประจำโรงพยาบาลพญาไท 2 แนะนำว่า ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษาที่เหมาะสมก่อนะระยะของโรคจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดริดสีดวงทวาร
•  ภาวะท้องผูกเรื้อรัง
•  ท้องเสีย ถ่ายอุจจาระบ่อยๆ
•  ชอบใช้ยาสวนอุจจาระ หรือยาระบาย
•  อุปนิสัยชอบเบ่งอุจจาระเพื่อพยายามขับอุจจาระให้หมด
•  อุปนิสัยใช้เวลานั่งถ่ายอุจจาระนาน เช่น เล่นโทรศัพท์มือถือ อ่านหนังสือ
•  อาชีพบางอาชีพ เช่น ผู้ที่ต้องยืนนานๆ ผู้ที่ต้องนั่งนานๆ
•  คนในครอบครัวมีประวัติเป็นริดสีดวงทวารหนักมาก่อน
•  หญิงที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์เพราะมดลูกขยายใหญ่ขึ้นทำให้ขับถ่ายลำบาก
•  ผู้สูงอายุ กล้ามเนื้อหย่อนยานทำให้เบาะรองเลื่อนลงมาจนยื่นออกทางทวารหนัก
•  บุคคลที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นริดสีดวงทวาร
การรักษาริดสีดวงทวาร
•  การใช้ยาเหน็บทวารหนัก
•  การกินยาระบาย หรือยาที่ช่วยให้อุจจาระนุ่ม
•  การฉีดยา
•  การผ่าตัด
•  การใช้ยางรัด
แม้จะมีการรักษาหลายวิธี แต่การจะรักษาด้วยวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับระยะของโรคและดุลยพินิจของแพทย์
การรักษาริดสีดวงทวารชนิดภายใน
ไม่ผ่าตัด
•  การรัดยาง เป็นการรักษาที่ไม่เจ็บมาก แต่จะรู้สึกหน่วงเหมือนปวดท้องถ่ายประมาณ 1-3 วัน วิธีนี้จะช่วยให้ริดสีดวงระยะที่ 2-3 สามารถหดกลับไปยังระยะที่ 1 ได้ หลังจากรัดแล้วยางจะหลุดไปเอง แผลที่รัดยางจะหดกลับไป ไม่ต้องเสียเลือดและไม่ต้องเย็บแผล
•  การฉีดยา ด้วยยาชนิดเดียวกันกับที่ใช้รักษาเส้นเลือดขอดเป็นการรักษาที่ทำให้เส้นเลือดแข็งและหดไป แต่เมื่อเปรียบเทียบผลการรักษากับการรัดยางแล้วพบว่า การรัดยางได้ผลที่แน่นอนมาก กว่า ยิ่งหากผู้ป่วยเป็นริดสีดวงหลายหัว การฉีดยาอาจได้ผลไม่ทั่วถึง
ผ่าตัด
•  การผ่าตัดมาตรฐาน ผ่าเอาก้อนเนื้อออกไปแล้วเย็บปิดปากแผล วิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป นอนโรงพยาบาล 1-2 วัน และพักฟื้นที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่ต้องแช่ก้นในด่างทับทิม หรือน้ำอุ่น สามารถใช้น้ำล้างได้ตามปกติ งดออกกำลังกาย
•  รักษาด้วยเลเซอร์ ต้องเจาะเข้าไปที่บริเวณข้างแผลเพื่อเลเซอร์เข้าไปทำลายริดสีดวง ขนาดรอยเจาะประมาณ 2-3 มิลลิเมตร วิธีนี้ไม่ต้องเย็บแผล หลังผ่าตัดสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ต้องแช่ก้นในด่างทับทิม หรือน้ำอุ่น
•  เครื่องมือเย็บอัตโนมัติ ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะตำแหน่งที่ต้องตัดใกล้กับช่องคลอด วิธีนี้ใช้เวลาน้อยและหลังผ่าตัดใช้เวลาพักฟื้นน้อยแค่ 2-3 วัน ผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้เร็ว
•  การเย็บหลอดเลือดริดสีดวง วิธีนี้เจ็บน้อย แต่ต้องบล็กหลังและดมยาสลบก่อนผ่าตัด เนื่องจากต้องเปิดแผลเข้าไปแล้วเย็บหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงริดสีดวงเพื่อให้หด หรือฝ่อลง
หลังผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้ทุกชนิด โดยเน้นอาหารเสริมจำพวกไฟเบอร์ หรือเส้นใยอาหารจากพืช ป้องกันไม่ให้ท้องผูกหลังการผ่าตัด
การรักษาริดสีดวงทวารชนิดภายนอก
•  ส่วนมากจะหายเองได้ ไม่อันตรายมาก อาการที่พบบ่อยคือ ก้นเรียบอยู่แล้ว แต่เมื่อเบ่งก็เจ็บก้นและเกิดอาการอักเสบขึ้นมาเรียกว่า ริดสีดวงภายนอกอักเสบ อาการแบบนี้สามารถเกิดได้กับทุกคนที่ติดนิสัยชอบเบ่งอุจจาระ แต่หากไม่สามารถหายเองได้ต้องมาผ่าตัดเอาลิ่มเลือดออก
•  เมื่อก้อนเนื้อเติบโตมากขึ้นจำเป็นต้องผ่าตัดออกโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะโรคทวารหนักเท่านั้น ไม่มีวิธีอื่น เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ เมื่อถ่ายบ่อยๆ จะยิ่งเจ็บมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยสามารถมาพบแพทย์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ก้อนเนื้อโตมากก็ได้
อาการไม่พึงประสงค์หลังผ่าตัด เมื่อมีอาการต่อไปนี้ต้องรีบมาพบแพทย์
หลังผ่าตัดอาจพบอาการไม่พึงประสงค์ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อย อาการที่พบได้แก่ ปัสสาวะไม่ออก ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แผลผ่าตัดมีเลือดออกมาก กั้นอุจจาระไม่ได้ ถ่ายไม่ออก เนื่องจากรูก้นอาจตีบตันได้หลังการผ่าตัดแต่โอกาสน้อย โดยแพทย์จะแจ้งให้ผู้ป่วยทราบหากมีอาการไม่พึงประสงค์หลังการผ่าตัดทันที และควรปรึกษาแพทย์หากสงสัยว่า มีอาการไม่พึงประสงค์ หลังผ่าตัด แผลหลังผ่าตัดจะเปิดอยู่ 3 – 5 วัน อาจพบว่า มีมูกไหลออกจากแผลได้ หากรู้สึกแน่นบริเวณก้นสามารถแช่ก้นได้โดยใช้น้ำอุ่นที่สะอาดตามที่ต้องการ
อย่างไรก็ดี หากมีอาการต่อไปนี้ต้องรีบมาพบแพทย์
•  ถ่ายเป็นลิ่มเลือดปริมาณมาก แต่ไม่ค่อยมีอุจจาระออกมา
•  เจ็บแผลมาก ปวดตลอดเวลา โดยอาการไม่ดีขึ้น
•  มีหนอง หรือน้ำเหลืองออกมาในปริมาณมาก
•  มีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ
แค่ปรับพฤติกรรมก็ป้องกันริดสีดวงทวารหนักได้
•  ดื่มน้ำสะอาดให้พอเหมาะ หากดื่มน้ำน้อยเกินไปจะทำให้ขับถ่ายลำบาก เพราะร่างกายจะดูดน้ำในกากอาหารกลับขึ้นไปใช้ใหม่นั่นเอง ส่งผลให้ท้องผูก และมีของเสียสะสมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น
•  รับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น เพราะช่วยเพิ่มเส้นใยให้กากอาหารทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ตรงกันข้ามถ้ารับประทานแต่เนื้อสัตว์ซึ่งมีกากใยน้อย จะทำให้การเคลื่อนตัวของอาหารภายในลำไส้ช้าลง เกิดการหมักหมมภายในลำไส้และขับถ่ายยากขึ้น
•  หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ เนื่องจากสารแทนนินในชาและคาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์ทำให้ขับถ่ายยากขึ้น หรือท้องผูกนั่นเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน
•  หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดทั้งเปรี้ยวจัดและเผ็ดจัด นอกจากทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารแล้วยังส่งผลต่อการขับถ่ายด้วย
•  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลี่ยงพฤติกรรมเนือยนิ่ง พยายามขยับร่างกาย ลุกขึ้นยืน เดินบ่อยๆ หรือถ้าดีที่สุดคือ การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ เพื่อให้ลำไส้เคลื่อนไหวและบีบให้อุจจาระเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น
หากคุณ หรือคนใกล้ตัว มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงทวาร ควรรีบปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้ ถ้าไม่อยากให้ “ริซซี่” มาเยือน แต่หากคุณมีอาการต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายโรคนี้แล้ว ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือติดต่อคลีนิกโรคลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (ผ่าตัดลำไส้และอื่น) โรงพยาบาลพญาไท 2 ซึ่งมีทีมแพทย์พร้อมให้บริการรักษาโรคริดสีดวงทวารแบบครบวงจร เจ็บน้อย ปลอดภัย ฟื้นตัวไว และไม่เสี่ยง


อ่านบทความเรื่องผ่าตัดริดสีดวงได้ที่นี่ https://www.honestdocs.co/hemorrhoids
https://www.honestdocs.co/hemorrhoids


เข้าชม : 21





Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :


 

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยโสธร
๑๒๓ ถนนแจ้งสนิท ตำบลสำราญ  อำเภอเมือง  จังหวัดยโสธร
โทรศัพท์ ๐-๔๕๕๘-๖๐๗๐ , ๐-๔๕๕๘-๖๑๒๕  โทรสาร ๐-๔๕๕๘-๖๑๒๕
ติดต่อ webmaster : ityasonfe@gmail.com

Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.05