[x] ปิดหน้าต่างนี้
 




 

  
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
โดย : ด   เมื่อวันที่ : จันทร์ ที่ 26 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2562   


กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) เกิดจากการติดเชื้อที่ตัวกระเพาะปัสสาวะ และนับเป็นภาวะติดเชื้อทางระบบปัสสาวะ (urinary tract infection - UTI) ที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะกับผู้หญิง ภาวะนี้มักจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง แต่สร้างความรำคาญเล็กน้อยเท่านั้น กรณีที่เป็นไม่รุนแรงมักจะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่วัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายก็อาจประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบนี้บ่อยกว่าคนทั่วไป และอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเป็นประจำหรือระยะยาว อีกทั้งยังมีโอกาสที่ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะนำไปสู่ภาวะติดเชื้อที่ไตที่ร้ายแรงได้ ในบางกรณีคุณอาจต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์เมื่ออาการต่างๆ ไม่ดีขึ้น
อะไรเป็นสาเหตุของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ?
ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนมากถูกคาดว่า เกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้หรือบนผิวหนังตามปรกติเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ (ท่อที่ใช้ลำเลียงปัสสาวะออกจากร่างกาย) แบคทีเรียที่พบบ่อยที่สุด คือ E. coli
ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ท่อปัสสาวะ แต่ก็อาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ การเช็ดก้นหลังจากเข้าห้องน้ำ โดยเฉพาะหากคุณเช็ดจากหลังไปหน้า การสวมใส่ผ้าอนามัยแบบสอดหรือสายสวนท่อปัสสาวะ หรือการใช้หมวกครอบปากมดลูก (diaphragm) เพื่อการคุมกำเนิด
ผู้หญิงจะเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้บ่อยกว่าผู้ชาย เนื่องจากมีทวารหนักใกล้กับท่อปัสสาวะมาก และท่อดังกล่าวก็มีขนาดสั้นกว่ามาก ซึ่งทำให้แบคทีเรียสามารถขยับเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายกว่านั่นเอง
สัญญาณและอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
อาการทั่วไปของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดังนี้
•  เจ็บปวด แสบร้อน หรือเจ็บแปลบขณะปัสสาวะ
•  ปัสสาวะบ่อยและอย่างเร่งด่วนกว่าปกติ
•  ปัสสาวะมีสีเข้ม ขุ่น หรือมีกลิ่นแรง
•  เจ็บปวดใต้ท้องน้อย
•  รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว
•  คันตามร่างกาย
•  คลื่นไส้ และเหน็ดเหนื่อย
•  ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบในผู้ใหญ่มักจะไม่มีไข้สูง หากคุณมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป และมีอาการเจ็บหลังหรือข้างลำตัวอาจเป็นสัญญาณของภาวะไตติดเชื้อแทน
สำหรับในเด็กแล้วนั้น เป็นการยากที่จะทำการสังเกตภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพราะว่าอาการของเด็กเล็กจะมีความกำกวมมากอีกทั้งเด็กยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกของพวกเขาได้อย่างชัดเจน แต่อาการที่อาจปรากฏกับผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก มีดังนี้
•  ไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป อ่อนแรง ฉุนเฉียว ความอยากอาหารลดลง และอาเจียน
•  เด็กที่ป่วยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบอาจเกิดอาการคล้ายกับที่เกิดกับผู้ใหญ่ เช่น เจ็บปวดขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และเจ็บท้อง เป็นต้น แต่ค่อนข้างยาก
ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
•  เมื่อคุณมีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นครั้งแรก แล้วอาการไม่ดีขึ้นหลังผ่านไปไม่กี่วัน
•  คุณประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยครั้ง และมีอาการรุนแรง เช่น มีเลือดปนปัสสาวะออกมา เป็นต้น
•  คุณกำลังตั้งครรภ์และมีอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบร่วมด้วย
•  คุณเป็นผู้ชายและมีอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
•  ลูกของคุณมีอาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
แพทย์ผู้ดูแลจะสามารถวินิจฉัยภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้จากการสอบถามอาการ และอาจมีการทดสอบตัวอย่างปัสสาวะเพื่อหาเชื้อแบคทีเรียมายืนยันการวินิจฉัยอีกที
โดยปกติแล้ว ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมักจะไม่เป็นภาวะร้ายแรง แต่อาการที่เกิดจะมีความคล้ายกับภาวะร้ายแรงอื่นๆ ดังนั้น คุณจึงควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยให้ถูกต้องจะดีที่สุด
ผู้หญิงที่เคยประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาก่อนไม่จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์เมื่อมีภาวะกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากกรณีที่เป็นไม่รุนแรงจะหายได้เองแม้จะไม่ได้รับการรักษา คุณสามารถปฏิบัติตามวิธีดูแลตนเองที่บ้านได้ง่ายๆ หรือสอบถามกับเภสัชกรแทนก็ได้
อะไรบ้างที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
มีหลายปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะขึ้น ดังนี้
ไม่สามารถถ่ายให้หมดกระเพาะปัสสาวะได้ภายในครั้งเดียว
หากคุณไม่สามารถปัสสาวะให้หมดกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ภายในกระเพาะตกค้างอยู่และทำให้เพิ่มจำนวนขึ้นง่ายขึ้น
ปัจจัยนี้อาจเกิดจาก คุณมีระบบขับถ่ายอุดตัน เช่น เป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ คุณกำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากทารกดันตัวเข้าไปขวางกระเพาะปัสสาวะ คุณมีภาวะต่อมลูกหมากโต (สำหรับผู้ชาย) จนกดทับท่อปัสสาวะ เป็นต้น
วัยหมดประจำเดือน
สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือผ่านช่วงหมดประจำเดือนมาแล้ว ผนังเยื่อบุของท่อปัสสาวะอาจหดตัวลงจนทำให้ท่อบางลง เนื่องจากการขาดฮอร์โมนเอสโทรเจน ซึ่งยังทำให้สมดุลแบคทีเรียในช่องคลอดเสียไปด้วยจนทำให้เชื้อแบคทีเรียอันตรายเพิ่มจำนวนขึ้น
ภาวะเช่นนี้จะทำให้ร่างกายอ่อนไหวต่อการติดเชื้อมากขึ้นจนทำให้เชื้อแพร่จำนวนเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะได้
เบาหวาน
คุณจะมีความเสี่ยงต่อภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบมากขึ้นหากคุณเป็นเบาหวาน ซึ่งเป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในร่างกายพุ่งสูงเกินไป
ระดับน้ำตาลในปัสสาวะที่สูงเกินไปทำให้ปัสสาวะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นยอด ดังนั้น จึงทำให้แบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะก่อให้เกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบง่ายขึ้นอย่างมาก
สาเหตุอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นผลมาจากความเสียหายหรือความระคายเคืองที่ท่อและกระเพาะปัสสาวะ โดยอาจเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยง ดังนี้
•  ความเสียหายจากการมีเพศสัมพันธ์
•  ความระคายเคืองสารเคมี เช่น สบู่หอมหรือสบู่อาบน้ำ
•  ความเสียหายจากการใช้สายสวนหรือการผ่าตัดที่กระเพาะปัสสาวะ
•  การบำบัดด้วยรังสีที่บริเวณเชิงกรานหรือการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
•  อวัยวะเพศของผู้หญิงอาจเกิดความเสียหายจากการตัดกรีดด้วยเหตุผลตามวัฒนธรรม ขนบประเพณี หรือเหตุผลทางสังคมอื่นๆ
•  อีกทั้งภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบยังเชื่อมโยงกับการใช้ยาเคทามินด้วย
การป้องกันภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หากคุณประสบกับภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยครั้ง คุณสามารถป้องกันการเกิดภาวะนี้ซ้ำซากได้ แม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าวิธีการป้องกันต่อไปนี้มีประสิทธิภาพมากแค่ไหนก็ตาม ดังนี้
•  ไม่ใช้สบู่อาบน้ำผสมแป้งฝุ่น หรือสบู่น้ำหอมล้างบริเวณรอบอวัยวะเพศ ควรใช้สารทำความสะอาดร่างกายที่ไม่ใส่น้ำหอมแทน
•  อาบน้ำฝักบัวแทนการอาบในอ่าง เพื่อเลี่ยงไม่ให้อวัยวะเพศต้องกับสารเคมีนานเกินไป
•  เข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวดปัสสาวะและต้องถ่ายให้หมดกระเพาะปัสสาวะจริงๆ
•  ดื่มน้ำให้มากๆ เพราะการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนในกระเพาะปัสสาวะ
•  เช็ดทวารหนักให้สะอาดหมดจดหลังทำธุระเสร็จ โดยเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง
•  ขับถ่ายให้หมดกระเพาะปัสสาวะทุกครั้งหลังมีเพศสัมพันธ์
•  ใช้วิธีคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น ถุงยางอนามัย
•  สวมกางเกงชั้นในที่ทอจากผ้าไหมแทนใยสังเคราะห์อย่างผ้าไนลอน และไม่สวมกางเกงที่คับจนเกินไป
มีรายงานว่าการดื่มน้ำแครนเบอร์รี่จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ แต่งานวิจัยส่วนมากกลับรายงานขัดกันว่าน้ำผลไม้ชนิดนี้ไม่ได้ช่วยสร้างความแตกต่างอะไรมากมาย
การรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
หากคุณไปพบแพทย์เนื่องจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะมาใช้รักษาการติดเชื้อนี้ ซึ่งยาดังกล่าวควรเริ่มออกฤทธิ์ภายในหนึ่งหรือสองวัน
หากคุณเคยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาก่อน และไม่ได้เป็นรุนแรงมากขนาดที่ควรต้องไปพบแพทย์ คุณก็สามารถรักษาตนเองได้ที่บ้าน โดยใช้วิธีการรักษาต่อไปนี้ได้ด้วยตนเองจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น ได้แก่
•  รับประทานยาพาราเซตตามอลหรืออิบูโพรเฟน
•  ดื่มน้ำมากๆ
•  ประคบขวดน้ำร้อนเหนือหน้าท้องหรือระหว่างต้นขา
•  หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์
ผู้ป่วยบางรายสามารถใช้ยาลดความเป็นกรดของปัสสาวะที่วางขายตามร้านขายยาได้ เช่น sodium bicarbonate หรือ potassium citrate แต่ก็ยังคงขาดหลักฐานว่ายาเหล่านี้ได้ผลจริงหรือไม่
ยาปฏิชีวนะ
ในบางกรณีแพทย์จะจัดจ่ายยาปฏิชีวนะให้แก่คุณ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งยาเม็ดหรือแคปซูลที่ต้องรับประทาน 2 -4 ครั้งต่อวัน เป็นเวลานาน 3 วันต่อกัน โดยยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษา เช่น Trimethoprim/sulfamethoxazole, Fosfomycin, Nitrofurantoin, Cephalexin และ Ceftriaxone
ปกติยาปฏิชีวนะควรจะเริ่มออกฤทธิ์ทันทีที่ใช้ยา คุณควรกลับไปพบแพทย์หากว่าอาการไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาไปแล้ว 1 - 2 วัน ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะไม่ประสบกับผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ แต่หากเกิดขึ้นก็มักจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ คันร่างกาย ผื่นขึ้น และท้องร่วงเท่านั้น
ถ้าคุณเป็นภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบซ้ำซาก แพทย์จะทำการจ่ายยาปฏิชีวนะสำรองหรือยาปฏิชีวนะใช้ต่อเนื่องแก่คุณ
ยาปฏิชีวนะสำรอง (stand-by antibiotic) เป็นยาที่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาเพื่อให้คุณสามารถเข้าหายาได้เมื่อมีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบโดยไม่ต้องเข้าพบแพทย์ทุกครั้ง
ยาปฏิชีวนะแบบใช้ต่อเนื่อง (Continuous antibiotic) จะเป็นยาที่คุณต้องใช้ต่อเนื่องนานหลายเดือนเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบอีกครั้ง โดยอาจจะจ่ายให้คุณใช้เมื่อมีข้อบ่งใช้ ดังนี้
•  มีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดขึ้นหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ : คุณอาจจะได้รับยาปฏิชีวนะมารับประทานภายในสองชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์
•  มีอาการจากภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบโดยไม่เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ : คุณอาจได้รับยาปฏิชีวนะขนาดยาต่ำมาทดลองใช้ก่อนเป็นระยะเวลาหกเดือน
แพทย์ผู้ดูแลยังสามารถแนะนำวิธีปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานว่าวิธีเหล่านั้นใช้ได้ผลมากน้อยเพียงใดก็ตาม
อ่านบทความเรื่องกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ที่นี่ https://www.honestdocs.co/urinary-tract-disorders-13793527/the-cystitis
https://www.honestdocs.co/urinary-tract-disorders-13793527/the-cystitis


เข้าชม : 42





Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
รายละเอียด :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :


 

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยโสธร
๑๒๓ ถนนแจ้งสนิท ตำบลสำราญ  อำเภอเมือง  จังหวัดยโสธร
โทรศัพท์ ๐-๔๕๕๘-๖๐๗๐ , ๐-๔๕๕๘-๖๑๒๕  โทรสาร ๐-๔๕๕๘-๖๑๒๕
ติดต่อ webmaster : ityasonfe@gmail.com

Powered by MAXSITE 1.10   Modify by   นิกร เกษโกมล   Version 2.05